บทความ
วันที่เผยแพร่: 2026/02/05
ควรเลือกวิธีไหนดี? IUI หรือ IVF
ปัจจุบันการรักษาภาวะมีบุตรยากมีหลายวิธี ซึ่งสองวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ IUI และ IVF (การทำเด็กหลอดแก้ว) หลายคู่สมรสมักสงสัยว่า “ควรเลือกวิธีไหนดี? IUI หรือ IVF”
บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองวิธี ข้อดี–ข้อเสีย และปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนการตัดสินใจ
IUI คืออะไร?
IUI (Intrauterine Insemination) คือ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นวิธีการรักษาที่ง่าย ขั้นตอนน้อย ใกล้เคียงการมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติและมีค่าใช้จ่ายน้อย
ขั้นตอน:
1. กระตุ้นไข่ หรือ รอไข่ตกตามธรรมชาติ
2. เก็บตัวอย่างอสุจิและคัดเลือกเฉพาะตัวที่แข็งแรง
3. ฉีดอสุจิโดยตรงเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงไข่ตก
เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีเงื่อนไขดังนี้:
• ผู้หญิงมีท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง
• ผู้ชายมีจำนวนและคุณภาพอสุจิใกล้เคียงปกติ
• ภาวะมีบุตรยากไม่เกิน 3–5 ปี
ข้อดีของ IUI:
• ขั้นตอนง่าย ไม่ซับซ้อน
• ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า (ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท/ครั้ง)
• เจ็บตัวน้อย
ข้อจำกัดของ IUI:
• อัตราความสำเร็จต่ำ (เฉลี่ย 10–20% ต่อรอบ)
• ไม่เหมาะกับผู้หญิงอายุมากกว่า 35 ปี หรือมีปัญหาท่อนำไข่
• หากทำไม่สำเร็จ อาจต้องลองหลายรอบ
IVF คืออะไร?
IVF (In Vitro Fertilization) คือ การทำเด็กหลอดแก้ว เป็นการปฏิสนธิไข่และอสุจินอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ แล้วนำตัวอ่อนที่แข็งแรงกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
ขั้นตอน:
1. กระตุ้นไข่ด้วยยา
2. เก็บไข่และอสุจิ
3. ผสมและเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ (อาจใช้ ICSI หากอสุจิของฝ่ายชายมีคุณภาพต่ำ หรือ เปลือกไข่หนาของฝ่ายหญิง)
4. ย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก
เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีเงื่อนไขดังนี้:
• ผู้หญิงอายุมากกว่า 35 ปี
• มีปัญหาท่อนำไข่อุดตันหรือถูกตัดออก
• ผู้ชายมีอสุจิจำนวนน้อยหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ
• คู่ที่มีประวัติแท้งบุตรซ้ำ หรือมีโรคทางพันธุกรรม
ข้อดีของ IVF:
• อัตราความสำเร็จสูงกว่า IUI (30–60% ต่อรอบ ขึ้นกับอายุและสุขภาพ)
• สามารถตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) ได้
• สามารถแช่แข็งไข่หรือตัวอ่อนไว้ใช้ในอนาคต
ข้อจำกัดของ IVF:
• ค่าใช้จ่ายสูงกว่า (ประมาณ 200,000 – 300,000 บาท/รอบ)
• ขั้นตอนซับซ้อนและต้องใช้เวลา
• อาจมีผลข้างเคียงจากยากระตุ้นไข่
เลือกแบบไหนดี?
การเลือกวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพของทั้งสองฝ่าย ระยะเวลาที่พยายามมีบุตร และงบประมาณ
• หากเป็นคู่สมรสอายุน้อย สุขภาพโดยรวมดี และเพิ่งเริ่มรักษา → อาจเริ่มด้วย IUI
• หากอายุมากกว่า 35 ปี หรือมีปัญหาทางการแพทย์ซับซ้อน → ควรพิจารณา IVF เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ
สรุป
IUI และ IVF มีความแตกต่างทั้งด้านขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และโอกาสสำเร็จ การเลือกวิธีไหน “ดีกว่า” จึงขึ้นอยู่กับ ความเหมาะสมของแต่ละคู่ ไม่ใช่แค่ราคาเพียงอย่างเดียว ที่ นอร์ท ไอวีเอฟ เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและเทคโนโลยีระดับสากล พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่ตรงกับความต้องการของคุณ
Ready to Begin Your Journey?
Phone: (+66) 96-741-5599
Email: northivfcenter@gmail.com

Let us walk with you! Contact us today for a consultation and tailored treatment plan.
FAQ:
Q: ควรลอง IUI กี่ครั้ง ก่อนเปลี่ยนไปทำ IVF?
A: โดยทั่วไปแนะนำให้ลอง IUI ไม่เกิน 3 รอบ หากไม่สำเร็จควรพิจารณา IVF
Q: ทำ IVF มีโอกาสได้ลูกแฝด มากกว่า IUI หรือไม่?
A: ใช่ค่ะ เพราะ IVF สามารถย้ายตัวอ่อนมากกว่าหนึ่งตัวในแต่ละรอบ แต่แพทย์มักแนะนำให้ย้ายเพียง 1 ตัว เพื่อความปลอดภัย
Q: ทำ IVF หลายรอบ มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น หรือไม่?
A: ใช่ค่ะ การทำ IVF หลายรอบ เพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์มากขึ้น
บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองวิธี ข้อดี–ข้อเสีย และปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนการตัดสินใจ
IUI คืออะไร?
IUI (Intrauterine Insemination) คือ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นวิธีการรักษาที่ง่าย ขั้นตอนน้อย ใกล้เคียงการมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติและมีค่าใช้จ่ายน้อย
ขั้นตอน:
1. กระตุ้นไข่ หรือ รอไข่ตกตามธรรมชาติ
2. เก็บตัวอย่างอสุจิและคัดเลือกเฉพาะตัวที่แข็งแรง
3. ฉีดอสุจิโดยตรงเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงไข่ตก
เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีเงื่อนไขดังนี้:
• ผู้หญิงมีท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง
• ผู้ชายมีจำนวนและคุณภาพอสุจิใกล้เคียงปกติ
• ภาวะมีบุตรยากไม่เกิน 3–5 ปี
ข้อดีของ IUI:
• ขั้นตอนง่าย ไม่ซับซ้อน
• ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า (ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท/ครั้ง)
• เจ็บตัวน้อย
ข้อจำกัดของ IUI:
• อัตราความสำเร็จต่ำ (เฉลี่ย 10–20% ต่อรอบ)
• ไม่เหมาะกับผู้หญิงอายุมากกว่า 35 ปี หรือมีปัญหาท่อนำไข่
• หากทำไม่สำเร็จ อาจต้องลองหลายรอบ
IVF คืออะไร?
IVF (In Vitro Fertilization) คือ การทำเด็กหลอดแก้ว เป็นการปฏิสนธิไข่และอสุจินอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ แล้วนำตัวอ่อนที่แข็งแรงกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
ขั้นตอน:
1. กระตุ้นไข่ด้วยยา
2. เก็บไข่และอสุจิ
3. ผสมและเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ (อาจใช้ ICSI หากอสุจิของฝ่ายชายมีคุณภาพต่ำ หรือ เปลือกไข่หนาของฝ่ายหญิง)
4. ย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก
เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีเงื่อนไขดังนี้:
• ผู้หญิงอายุมากกว่า 35 ปี
• มีปัญหาท่อนำไข่อุดตันหรือถูกตัดออก
• ผู้ชายมีอสุจิจำนวนน้อยหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ
• คู่ที่มีประวัติแท้งบุตรซ้ำ หรือมีโรคทางพันธุกรรม
ข้อดีของ IVF:
• อัตราความสำเร็จสูงกว่า IUI (30–60% ต่อรอบ ขึ้นกับอายุและสุขภาพ)
• สามารถตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) ได้
• สามารถแช่แข็งไข่หรือตัวอ่อนไว้ใช้ในอนาคต
ข้อจำกัดของ IVF:
• ค่าใช้จ่ายสูงกว่า (ประมาณ 200,000 – 300,000 บาท/รอบ)
• ขั้นตอนซับซ้อนและต้องใช้เวลา
• อาจมีผลข้างเคียงจากยากระตุ้นไข่
เลือกแบบไหนดี?
การเลือกวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพของทั้งสองฝ่าย ระยะเวลาที่พยายามมีบุตร และงบประมาณ
• หากเป็นคู่สมรสอายุน้อย สุขภาพโดยรวมดี และเพิ่งเริ่มรักษา → อาจเริ่มด้วย IUI
• หากอายุมากกว่า 35 ปี หรือมีปัญหาทางการแพทย์ซับซ้อน → ควรพิจารณา IVF เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จ
สรุป
IUI และ IVF มีความแตกต่างทั้งด้านขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และโอกาสสำเร็จ การเลือกวิธีไหน “ดีกว่า” จึงขึ้นอยู่กับ ความเหมาะสมของแต่ละคู่ ไม่ใช่แค่ราคาเพียงอย่างเดียว ที่ นอร์ท ไอวีเอฟ เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและเทคโนโลยีระดับสากล พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่ตรงกับความต้องการของคุณ
Ready to Begin Your Journey?
Phone: (+66) 96-741-5599
Email: northivfcenter@gmail.com

Let us walk with you! Contact us today for a consultation and tailored treatment plan.
FAQ:
Q: ควรลอง IUI กี่ครั้ง ก่อนเปลี่ยนไปทำ IVF?
A: โดยทั่วไปแนะนำให้ลอง IUI ไม่เกิน 3 รอบ หากไม่สำเร็จควรพิจารณา IVF
Q: ทำ IVF มีโอกาสได้ลูกแฝด มากกว่า IUI หรือไม่?
A: ใช่ค่ะ เพราะ IVF สามารถย้ายตัวอ่อนมากกว่าหนึ่งตัวในแต่ละรอบ แต่แพทย์มักแนะนำให้ย้ายเพียง 1 ตัว เพื่อความปลอดภัย
Q: ทำ IVF หลายรอบ มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น หรือไม่?
A: ใช่ค่ะ การทำ IVF หลายรอบ เพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์มากขึ้น